Review Open Source : เมื่อผมพยายามใช้ชีวิตปลอดการละเมิดลิขสิทธิ์ [ตอนที่ 1]
โดย : บุญชิต ฟักมี เมื่อ : 01 มีนาคม 2553 22:40:13

วันหนึ่ง ผมก็ตั้งใจขึ้นมาว่า จะลองใช้ชีวิตโดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ดู
ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะนึกกลายเป็นคนดี เพราะถูกกล่อมเกลาจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือมิได้โดน HADOPI เล่นงานแต่อย่างใด
และโดยส่วนตัว ผมมองว่า ลิขสิทธิ์เป็นเรื่องของกลไกเชิงพาณิชย์ หรือหากจัดกลุ่มทางกฎหมาย ผมมองว่ามันเป็นกฎหมายธุรกิจชนิดหนึ่ง ที่มีโทษอาญากำกับเพื่อการรักษาระเบียบทางกฎหมายเท่านั้น แต่ผมจะไม่ขออภิปรายในแง่ความผิดถูกชั่วดีของระบบลิขสิทธิ์ เพราะเช่นนั้นมันคงจะยาวเกินสมควร
แรงกระตุ้นของผมเริ่มต้นจากทั้งฝั่งเจ้าของลิขสิทธิ์ และผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ - ฝ่ายเจ้าของลิขสิทธิ์ในปัจจุบันก็เริ่มพัฒนากระบวนการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ดีขึ้นแล้ว ชนิดที่ว่าถ้ายังปรารถนาจะดำรงชีวิตในระบบออนไลน์ตลอดเวลาตามลักษณะของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทความเร็วสูงยุคใหม่ การใช้โปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์ก็เหมือนกับการเล่นเอาเถิดเจ้าล่อ เราต้องระวังทุกการอัพเดท ทุกการเชื่อมต่อ ทุกการเรียกข้อมูล หากพลาด ผลมีตั้งแต่การล็อกไม่ให้ใช้โปรแกรมเจ้าปัญหา ไปจนถึงความเสียหายของระบบปฏิบัติการ และเรื่อยไปได้จนถึงความพินาศของอุปกรณ์ Hardware
ส่วนทางฝั่งผู้ละเมิด ก็เอาแต่ได้จนน่ารังเกียจมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่จริงๆการละเมิดลิขสิทธิ์ก็ถือเป็นธุรกิจหม่นๆอยู่แล้ว หากพวกเขายังเพิ่มโทนสีดำลงไปอีกด้วยการขายของละเมิดลิขสิทธิ์ที่คุณภาพเลวเหลือรับ ภาพยนตร์ที่แปลคำบรรยายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ห่างไกลจากภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสารกันจริง ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ได้ไวรัสหรือสปายแวร์เป็นของแถม ซีดีเพลงเอ็มพีสามที่เพิ่มเพลงสามเพลงแล้วทำปกเป็นเวอร์ชั่นใหม่ แต่จะบ่นจะว่าก็เหนียมอายกระไรอยู่
วันหนึ่ง หลังจากความล้มเหลวในการซ่อมคอมพิวเตอร์ให้น้องคนหนึ่งในเมือง คอมพิวเตอร์ที่ไม่สามารถเปิดทำอะไรได้อีกเนื่องจากโหลดแพคเกจตรวจสอบการละเมิดลิขสิทธิ์แล้วส่งผลกระทบอย่างหนักจนหาฮาร์ดดิสต์อีกไม่เจอ ผมก็ตั้งใจว่า ที่แล้วก็แล้วไป แต่จากนี้ไป ผมจะพยายามงดการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาโดยละเมิดลิขสิทธิ์ กลับไปสู่กฎสามัญ คือ อยากเต้นรำก็ต้องจ่ายค่าเพลง
คอมพิวเตอร์ผมทั้งหลายซื้อที่ฝรั่งเศสอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาสำหรับระบบปฏิบัติการ (Operating System) เพราะการซื้อคอมพิวเตอร์ อย่างถูกต้อง ที่นี่ - ผู้จำหน่ายจะบวกราคา OS มาให้พร้อมกับราคาค่าเครื่องอยู่แล้ว อย่างน้อยคือสามารถเปิดเครื่องใช้งาน Windows (หรือ OSX) ใช้งานเบื้องต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลกับการหาระบบปฏิบัติการใดๆ รอดไปหนึ่งเรื่อง แต่หากต้องซื้อต้องหา ราคาเบื้องต้นของระบบปฏิบัติการ Windows ว่ากันที่ 3-4 พันบาทขึ้นไป แล้วโปรแกรมใช้งานอื่นๆละ ? จะแก้ปัญหาอย่างไร อย่างน้อยที่สุด ผู้ใช้ระดับพื้นฐานควรต้องมีโปรแกรมชุดทำงาน หรือ (Office) เพื่อพิมพ์งาน คำนวณประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลตัวเลข นำเสนองาน หรือทำฐานข้อมูล โปรแกรมกลุ่มนี้ที่เป็นเหมือนโปรแกรมพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ไปแล้วคือชุด Microsoft Office แต่ถ้าเราต้องจ่ายมันด้วยราคาที่ถูกต้อง ก็ประมาณหมื่นกว่าบาท โปรแกรมเพื่อความบันเทิง เช่นการดูรูปภาพ ฟังเพลง ดูหนัง พวกนี้มีราคาหลักพันทั้งสิ้น หรือถ้าใครชอบถ่ายรูปด้วย ก็คงต้องมองหาโปรแกรมตกแต่งภาพด้วย อันนี้ละเจ็บตัวของจริง เพราะโปรแกรมแต่งรูปยอดนิยมอย่าง Photoshop CS-4 นั้น ราคาเกือบสี่หมื่นบาท หรือถ้าคุณเล่นกล้อง D-SLR ละก็ เงินก้อนนี้เอาไปซื้อเลนส์ 24-105 4L is USM ได้สบายๆ
ดังนั้น หากจะใช้คอมพิวเตอร์เหมือนเช่นที่เคย รองรับงานทุกอย่างได้อย่างที่เคยทำ โดยยึดหลักไม่ละเมิดลิขสิทธิ์โดยเคร่งครัด ผมจะต้องมีเงินเกินครึ่งแสน หรือสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ตั้งใจจะแต่งภาพทำรูปอย่างหนักนา ก็ยังมีค่าใช้จ่ายเกินสองหมื่นบาทต่อเครื่องสำหรับซอฟต์แวร์ เรื่องนี้มีทางสายกลางหรือไม่ ? ระหว่างการจ่ายค่าซอฟต์แวร์จนสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ก็ไม่ใช่การเบี้ยวชักดาบเอาดื้อๆ ด้วยการละเมิดลิขสิทธิ์
ในที่สุด ผมก็ได้พบกับทางสายกลางที่ชื่อว่า Open Source และ Freeware พร้อมกับสัมผัสกับความน่าทึ่งของมนุษย์กลุ่มหนึ่งในโลก ที่พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบมืออาชีพให้คนใช้กันฟรีๆแบบไม่มีเงื่อนไข เท่านั้นไม่พอยังเปิดเผยรหัสพัฒนา (Source code) ให้ผู้สนใจหรือมีความสามารถนำไปพัฒนาต่อได้อีก โดยอาจจะขอรับบริจาคอย่างแผ่วเบาไม่รบเร้าบ้าง หรือเน้นการหาเลี้ยงตัวด้วยวิธีอื่นเช่นขายบริการดูแลหรือขายคู่มือตำราการใช้โปรแกรม
และซอฟต์แวร์เหล่านั้นก็เป็นของดีทั้งประสิทธิภาพและหน้าตา ที่ไม่ต่างจากโปรแกรมที่จำหน่ายกันในราคาสูง (ซึ่งส่วนใหญ่เราชาวไทยน้อยคนที่จะจ่ายในราคานั้น เราจึงไม่รู้ว่ามันแพง หรือกระทั่ง มีราคา)...อ่านต่อ...
เปิดอ่าน : 76 ครั้ง มีผู้ให้ความเห็น : 3 ความเห็น | อ่านบทความ และแสดงความเห็น
|