ผมสารภาพตรงๆว่า ผมไม่มีความรู้เรื่องดนตรีคลาสสิกเลยแม้แต่น้อย แต่ก็จะพยายามเขียนไปให้ดีที่สุด ด้วยข้อมูลเท่าที่พอจะรู้พอจะมี เพื่อแนะนำเพลงชุดนี้
สำหรับผู้ที่มีรสนิยมในการฟังเพลงที่หลากหลาย ชื่อของดนู ฮันตระกูล น่าจะเคยผ่านหูไปบ้างไม่มากก็น้อย ในฐานะของนักประพันธ์และเรียบเรียงเพลงไทยคลาสสิกที่เล่นด้วยเครื่องดนตรีสากล หลายคนอาจจะคุ้นชื่อจากงานเพลงลูกทุ่งแบบคลาสสิกชื่อดังอย่าง ไอ้หนุ่มผมยาว ที่สุรชัย สมบัติเจริญ นำมาร้องจนโด่งดัง หรือเป็นผู้ประพันธ์เพลงบรรเลงที่ใช้ในพิธีเปิดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ รวมทั้งเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ก้านกล้วย ด้วย หรือกระทั่งเพลงสกอร์ ที่ใช้ประกอบสารคดีข่าวในพระราชสำนัก หรือพระราชกรณียกิจทั้งหลาย ก็เป็นฝีมือการประพันธ์หรือเรียบเรียง ของ อ.ดนูเป็นส่วนใหญ่
และยิ่งสำหรับคอเพลงไทยคลาสสิก ชื่อของ อ.ดนู ฮันตระกูล คงอยู่ในลำดับต้นๆ ของศิลปินที่รอคอยในสาขาดนตรีที่ออกจะแห้งแล้งขาดแคลนอยู่บ้างในบ้านเรา (ทั้งที่แนวดนตรีที่ว่า คือ ไทยคลาสสิก) เพียงข่าวแว่วมาว่า อ.ดนู และคณะ กำลังจะมีผลงานแผ่นดนตรีออกมาใหม่ ก็ทำให้เหล่าคอๆ ตั้งตารอไม่ต่างจากข้าวคอยฝน หรือคนรอแฟน บางครั้งโครงการยกเลิกไป ก็พาเอาเหล่าแฟนเพลงใจเหี่ยวไปได้เช่นกัน
หลังจากที่รอคอยผลงานใหม่มากว่าหนึ่งปีครึ่ง ผลงานใหม่ของ อ.ดนู ตามเพลงไหมไทย ก็ได้ออกมาวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภา แต่ผมเพิ่งได้รับแผ่นส่งตรงมาจากประเทศไทย เมื่อกลางเดือนที่แล้วโดยความกรุณาของครอบครัวทางบ้าน พร้อมกับเสียงปรับทุกข์ว่า ผลงานแผ่นเพลงของ อ.ดนู ฮันตระกูล หาซื้อยากขึ้นทุกวัน จริงอยู่ แม้ว่าตามรายการจะบอกว่า ผลงานของท่านมีจำหน่ายในเครือข่ายร้านค้าสื่อสาระที่ใหญ่ที่สุด แต่กระนั้นเมื่อไปถามหาจริงๆ ก็พบว่าพนักงานของร้านนั้นทำหน้าเหมือนกับว่า ไปถามจะซื้อรถโรลสรอยด์ในโชว์รูมมอร์เตอไซด์เสียอย่างนั้น และคำตอบที่ได้รับกลับมาส่วนใหญ่ คือ ไม่ทราบ และไม่รู้จัก
โชคดีที่แม่ผมผ่านไปทำธุระแถวศูนย์หนังสือจุฬา และพบว่าที่นั่นมีแผ่นเพลงนี้ขาย ผมโชคดีได้มีฟังในวันนี้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน กับวงการเพลงไทย ที่แทบไม่เหลือที่สำหรับสิลปินแนวอื่นๆสักเท่าไรแล้ว แม้แต่พื้นที่ในการวางจำหน่ายก็ตาม
ผลงานเพลงของ อ.ดนูชิ้นนี้ เป็นการนำเพลงเก่าของวงไหมไทยเดิม มาบรรเลงใหม่ ด้วยวงแชมเบอร์ชนิดควอเต็ท (Quartet) แบบ Violin, Clarinet, Cello and Piano คือ ประกอบด้วยเครื่องดนตรีต่างๆที่ว่ามานั้นเอง โดยนักดนตรีก็เปลี่ยนชุดไป จากที่เราคุ้นเคยว่า งานของ อ.ดนู ถ้าเป็นแนวแชมเบอร์มิวสิก จะเป็นวงทริโอ (Trio) ที่เปียโนต้องเล่นโดย จุน โกมัตสึ ไวโอลินโดย นรอรรถ จันทร์กล่ำ และแน่นอนที่สุดที่ต้องขับร้องโดย สุภัทรา อินทรภักดี นักร้องคู่บารมี (อัลบั้มที่ใช้โครงสร้างวงและนักดนตรีชุดนี้ คือ เพลงบางกอก (2544) และ เมื่อดอกซากุระบาน (2548) แต่สำหรับอัลบั้มนี้ เครื่องดนตรีก็เปลี่ยนไป และเป็นเพลงบรรเลงล้วนทั้งสิบเพลง โดยมีรายนามนักดนตรีดังต่อไปนี้ (ในภาพเรียงลำดับลงมาจากบนลงล่าง)
- คลาริเน็ต โดย อภิเชษฐ์ พยนต์เลิศ
- ไวโอลิน โดย ธันวิน ใจเพียร
- วิโอลา โดย กิตติคุณ สุดประเสริฐ
- เปียโน โดย จามร ศุภผล
และเพลงทั้งสิบ ได้แก่
1. แขกมอญบางขุนพรหม
2. ลาวดวงเดือน
3. อิเหนา
4. พม่ารำขวาน
5. ภูหนาว
6. ตามตะวัน
7. ร่มฉัตร
8. ทุ่งแสงทอง
9. เขมรไทรโยค
10. มอญลงเรือ
สำหรับเพลงทั้งสิบ คงไม่ต้องสาธยายอะไรมาก สำหรับแฟน ไหมไทย เพราะต่างคงเคยคุ้นจากอัลบั้มชุดเก่าๆ นอกจากนี้บางเพลงก็เป็นเพลงไทยเดิม ที่คุ้นหูอยู่แล้ว แต่ก็ใช่ว่า เพลงเหล่านั้นจะถูกนำมาเล่นใหม่ อัดใหม่กันทั้งดุ้น ในเพลงชุดนี้ เราจะได้สังเกตการใส่ลูกเล่นของนักดนตรีแต่ละคนลงไป แม้เพียงการสะบัดเปียโนเพียงน้อยในบางวรรคเพลง ก็สร้างความตื่นเต้นให้รู้สึกถึงว่า นี่คือเพลงใหม่ขึ้นมาได้แล้ว สำหรับเรื่องนี้ ผมคงบรรยายเป็นตัวอักษรได้ไม่ดีนัก เนื่องจากไม่รู้ศัพท์แสงทางการดนตรี แต่สำหรับผู้คุ้นเคย ขอให้ลองฟังเสียงเปียโนในเพลง แขกมอญบางขุนพรหม ช่วงวินาทีที่ 41 ดูก็ได้ ท่านจะได้สัมผัสถึงสิ่งที่ผมได้พยายามอธิบาย ส่วนเชลโล และคลาริเน็ต ก็เข้ามาช่วยในช่วงเสียงต่ำและเสียงกลางสูง ทำให้ดนตรีโดยรวมมีโทนอบอุ่นกลมกล่อมขึ้น
สำหรับชุดนี้ อ.ดนู ได้นำเทคนิค Non vibrato คือการงดเขย่าเสียงมาใช้ ซึ่งส่งผลให้เพลงบางเพลงมีบรรยากาศเย็นขึ้นมาอย่างรู้สึกได้ และทีเด็ดที่อาจารย์แนะนำไว้ในเพลง เขมรไทรโยค ก็ถือว่าความนิ่งของเครื่องดนตรี สร้างความรู้สึกของจินตภาพแห่งสายน้ำที่ปรากฏในหัวและอบอวลในบรรยากาศ
เทคนิคดังกล่าว ทำให้อิมเมจของเสียงชัดเจนขึ้น จนชี้จุดได้ สำหรับชาวออดิโอไฟล์ ซึ่งขอบอกว่า อัลบั้มนี้บันทึกเสียงได้ดีมาก สำหรับผมซึ่งด้วยข้อจำกัดทางเครื่องเสียงเนื่องจากมาอยู่แดนไกล ทำให้ผมฟังเพลงชุดนี้ได้ในมินิคอมโปโซนี่ตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น แต่กระนั้น ความชัดนิ่งของอิมเมจเสียงเครื่องดนตรี ก็เป็นสิ่งที่รู้สึกได้แบบไม่อุปทาน จนกระทั่งคิดว่า สำหรับชุดเครื่องเสียง ที่สามารถถ่ายทอดเวทีเสียง (ซาวน์เสตจ) ออกมาได้สมบูรณ์มากๆ เมื่อนำอัลบั้มเพลงชุดนี้ไปเล่นจะเป็นอย่างไรหนอ พาเอาให้ใจหวลคำนึง คิดไปถึงชุดเครื่องเสียง Marantz, Vatiros และ ProAc ที่บ้านที่เมืองไทยขึ้นมาเสียอย่างนั้น
อย่างที่ออกตัวไปข้างต้น ว่าผมด้อยความรู้ด้านเพลงคลาสสิก จะบรรยายอย่างไรก็คงไม่สามารถสร้างเสียงในมโนภาพได้เยี่ยงนักวิจารณ์ดนตรีชั้นยอด แต่กระนั้น ผมก็ขอบอกซื่อๆ แบบนี้ก็แล้วกันว่า ถ้าคุณติดตามงานของ อ. ดนู ฮันตระกูลมาตลอด คุณคงไม่มีคำถามอะไร ผมคงบอกได้ว่า ซื้อเลย แก้คิดถึงได้อย่างดี
ถ้าคุณต้องการเสพย์ดนตรีแบบไทยๆ ที่งดงามตามภูมิปัญญา แต่แต่งเนื้อแต่งตัวหรูหราในชุดสากล นี่ก็เป็นแผ่นเพลงที่คุณควรลอง
และถ้าคุณเป็นนักเล่นเครื่องเสียงระดับออดิโอไฟล์ ที่อยากได้แผ่นเพลงไทยดีๆ ไว้ให้ชุดเครื่องเสียงของคุณได้ยืดแข้งยืดขา แบบไม่ต้องปีนกระไดฟังมากมาย นี่คือแผ่นที่คุณควรหาติดไว้ ในราคาที่ถูกกว่าแผ่นออดิโอไฟล์จากนอกเป็นเท่าๆ
สรุปว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็ลองซื้อหามาฟังเถอะครับ ดีไม่ดี อาจจะมีแนวเพลงใหม่ๆ ศิลปินใหม่ๆ ไว้ให้ติดตามอีกแนว อีกวงก็ได้.