บุญชิตฯ [Restaurant]
 

[หน้าแรก] ||| [สารบัญ]

[ทำเอง-กินเอง]
พาสต้า :
อร่อย ถูก ทำง่าย

             เชื่อไหมว่าผมใช้เวลาในการเริ่มเขียนบทความแนะนำเรื่องพาสต้านี่สองวัน... เป็นสองวันที่นั่งจ้องจอเปล่าๆ เพราะไม่รู้จะขึ้นอินโทรว่าไง ว่า “ครัวบุญชิตฯ” เปิดอีกครั้งแล้วนะครับ จะมาแนะนำการทำพาสต้าแล้วนะเฟ้ย เวบยังไม่เจ๊ง อ่านกันหน่อย เจ้าของเวบสำนึกผิดแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ทิ้งเวบไว้ร้างๆอีก ฯลฯ แต่นั่งคิดมุกอยู่สองวันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เลยพบว่าถ้ารอให้หาคำขึ้นต้นสวยๆ ชาติหน้าก็ไม่ได้อัพเวบ

             กระนั้นเลย, ขออนุญาตเขียนเอามันดื้อๆอย่างนี้ก่อนละครับท่านผู้ชม สรุปว่า วันนี้ผมจะมาแนะนำการทำอาหารฝรั่งที่อร่อย ถูก ทำง่าย และสะดวกต่อการเก็บไว้กินหลายๆวัน คือ พาสต้า

             พาสต้าเป็นอาหารอิตาเลียน ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ซึ่งลักษณะของพาสต้า ก็คืออาหารแป้งเส้นหลากหลายรูปลักษณ์ กินได้หลายรูปแบบ เปรียบประดุจก๋วยเตี๋ยวของฝรั่งเขา พาสต้าแบบบ้านๆ ที่เรารู้จักกันดี ก็ได้แก่มักกะโรนี (Macaroni) คือพาสต้าแบบหลอดสั้นๆ กับสปาเก็ตตี้ (Spaghetti) คือพาสต้าแบบเส้นกลมยาว นอกจากนี้พาสต้าที่เป็นที่นิยมอีก ก็มีพวกฟูซิลี่ (Fusilli) เส้นเกลียว ลิงกวินี (Linguine) หรือ เฟตูชินี่ (Fettuccine) ที่เป็นเส้นแบนยาว ลาซานย่า (Lasagne) ของโปรดแมวเหมียวการ์ฟิลด์ ซึ่งเป็นเหมือนแผ่นแป้งขนาดใหญ่ ปัจจุบันเราสามารถเลือกหาเส้นพาสต้าได้จากซูปเปอร์มาเก็ตทั่วไปในเมืองฝรั่ง หรือในเมืองไทยก็หาได้ตามซูปเปอร์มาเก็ตที่นำเข้าอาหารต่างประเทศ อย่างวิลล่า หรือฟู้ดแลนด์

เส้นพาสต้าแบบต่างๆ

(ดูภาพของพาสต้าแบบต่างๆเพิ่มเติมได้ที่นี่)

             พาสต้าเป็นอาหารที่ค่อนข้างประยุกต์กินได้หลายแบบ ใส่ซุปใสๆ ก็ได้ ต้มกินกับอาหารอื่นๆ เช่น เสต็ม ไส้กรอกย่าง หรือสตูว์ก็ได้ แต่ที่นิยมกินกันมาก คือพาสต้าแบบราดหน้า หรือซอส ซึ่งก็มีมากมายหลากหลาย วันนี้จะนำเสนอ 2 ซอสก่อน คือ ซอสแบบแดง คือซอสเนื้อแบบโบโลเนส (อาจเปลี่ยนเป็นหมูได้) กับซอสขาว คือซอสทูน่า พาร์สเล่ย์ แบบที่มีให้ตักเติมในสลัดบาร์ของซิสเลอร

             มาดูกันทีละหน้า ดังนี้ครับ

             1. ซอสโบโลเนส (Bolognaise) (หมู / เนื้อ)

สปาเก็ตตี้โบโลเนส


วัตถุดิบและเครื่องปรุง
ซอส โบโลเนส

             - เนื้อวัว หรือเนื้อหมูบด ขนาดแพคสองชิ้น หรือหนัก 250 g

             - ผัก ได้แก่ แครอท หอมใหญ่ เห็ด และมะเขือเทศอันนี้เพื่อความสวยงาม อาจจะใช้มะเขือเทศลูกเล็ก หรือมะเขือเทศเชอร์รี่

             - ซอสโบโลเนสสำเร็จรูป หรือถ้าไม่กินเนื้อวัวเลย (ปกติในซอสโบโลเนสจะมีเนื้อวัวสับปนอยู่แล้ว) อาจจะใช้เพสต์มะเขือเทศเข้มข้น (Tomato paste) ก็ได้

             - ซอสมะเขือเทศ เอาไว้เติมรส

             - เครื่องปรุงรส ได้แก่ น้ำตาล เกลือ พริกไทย หรือ ออริกาโนป่น

             - น้ำมันมะกอก (ไม่มีในรูป ตกกล้อง)

             - เหล้า Porto (อันนี้ไม่มีก็ได้ หรือจะใส่ไวน์แดงที่เนื้อหนัก รสชาติเข้มก็ได้)


วิธีทำ

             1. ตั้งไฟ ใส่น้ำมันมะกอก และหัวหอมหั่นละเอียด ผัดจนมีกลิ่นหอมและเหลืองใส

ซอส โบโลเนส

             2. เอาเนื้อบดหรือหมูบดลงไปผัด ถ้าอยากใส่เหล้า ก็ใส่ลงไปช่วงนี้ ราวๆฝาหนึ่ง หรือช้อนโต๊ะหนึ่งก็พอ

ซอส โบโลเนส

             3. เติมซอสโบโลเนส หรือเพสต์มะเขือเทศเข้มข้น คนให้เข้ากัน

ซอส โบโลเนส

             4. ทิ้งส่วนผสมให้เดือดสักพัก ใส่ผักที่หั่นพอดีคำลงไป ต้มต่อจนผักสุก ชิมปรุงรส

ซอส โบโลเนส  ซอส โบโลเนส

             2. ซอสขาว ทูน่า พาร์สเลย์ (Tuna – parsley white sauce)

ลิงกวินีซอสขาว


วัตถุดิบและเครื่องปรุง
ซอสขาวทูน่า

             - ปลาทูน่ากระป๋องใหญ่ (เลือก ทูน่าในน้ำเกลือ)

             - ผัก ได้แก่ หอมใหญ่ เห็ด (ไม่ต้องมากนัก) แครอท (ไม่ต้องมากเช่นกัน) เพราะรายการนี้ใส่ผักพอกล้อมแกล้ม และที่ขาดไม่ได้ คือ พาร์สเลย์ (Parsley ภาษาฝรั่งเศสว่า Persil) ถ้าเลือกแบบเต็มใบ กลิ่นจะไม่รุนแรงนัก แต่ถ้าเอาแบบสับแล้วอย่างในรูป กลิ่นจะออกแรงนิดหนึ่ง แต่พอใส่ในซอสแล้ว จะช่วยกระชับกลิ่นและรสที่ออกจะเลี่ยนของซอสขาวที่ประกอบด้วยนมเนยได้ อันนี้แล้วแต่จะชอบ แต่นั่นแหละ มันเป็นผักมีกลิ่น ใส่มากไปก็เหม็นเขียวเหม็นสาง

             - ซุปไก่ก้อน อันนี้ไม่มีในรูป ตกกล้อง

             - นม หรือครีมสด (ถ้าใช้ครีมสดก็ลดปริมาณลง และเพิ่มน้ำนิดหนึ่ง หรือจะผสมกับนมก็ได้ ตามสะดวก)

             - เนย ใช้ราวๆ 1 ช้อนโต๊ะ

             - แป้งสาลี ใช้ราวๆ ช้อนโต๊ะครึ่ง

             - พาร์เมซานชีส (Parmesan) อันนี้ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้

             - เครื่องปรุงรส ได้แก่ น้ำตาล เกลือ พริกไทย


วิธีทำ

             1. ต้มน้ำซุปเข้มข้น ราวๆน้ำถ้วยตวงครึ่งต่อซุปไก่ก้อนหนึ่งก้อน รอไว้

ซอสขาวทูน่า

             2. ผัดหอมใหญ่สับละเอียด (ใช้ไม่มาก ราวๆสองช้อนโต๊ะก็พอ) กับเนยจนหอมและเหลืองใส

ซอสขาวทูน่า

             3. ใส่ทูน่า (รินน้ำเกลือออกให้หมดแล้ว ให้เหลือแต่เนื้อหมาดๆ) ลงไปผัดต่อ

ซอสขาวทูน่า

             4. เติมน้ำซุปที่เตรียมไว้ลงไปต้ม พร้อมผัก ต้มจนเดือด

ซอสขาวทูน่า

             5. เติมนมลงไป ลดไฟนิดหนึ่ง ทิ้งไว้จนเริ่มร้อนอีกครั้ง (ไม่ต้องเดือดฟู่ๆ เอาปุดๆพอ) จากนั้นให้เติมแป้งสาลีที่ละลายน้ำพอข้นๆลงไป จะได้ครีมซอสขาวที่ข้นขึ้น ในขั้นตอนนี้หากชอบกลิ่นชีสหอมมัน ให้ใส่พาร์เมซานลงไปก็ได้

ซอสขาวทูน่า  ซอสขาวทูน่า

             6. ทิ้งไว้อีกสักพัก ค่อยใส่พาร์สเลย์ลงไปคนให้เข้ากัน ชิมปรุงรส

ซอสขาวทูน่า

             3. การเตรียมเส้น

             การเตรียมเส้นนั้นไม่ยาก ดูที่ถุงพาสต้าที่ซื้อมา จะมีเวลาบอกไว้ว่าต้มกี่นาที ยิ่งต้มนาน เส้นจะนิ่ม บางยี่ห้อจะบอกไว้เลยว่า อยากกินแบบแข็งหน่อย กี่นาที แบบมาตรฐานกี่นาที แบบอ่อน กี่นาที ให้ต้มน้ำจนเดือด ใส่เกลือไปสักช้อนโต๊ะ แล้วเอาเส้นพาสต้าลงต้ม

การเตรียมเส้น

             ส่วนว่าต้องใช้เส้นดิบจำนวนเท่าไรนั้น ถ้าปกติกินกันแบบคนไทย สปาเก็ตตี้กล่องหนึ่งจะกินได้สองที่ หรือแบ่งกินได้สองครั้ง เส้นยาวแบบม้วนๆ เช่น ลิงกวินี หรือเฟตูชินี จะใช้ประมาณสามม้วน ส่วนพวกเป็นชิ้น เป็นท่อน เช่น มักกะโรนี เพนเน่ หรือฟูซิลี่ จะใช้ราวๆสองกำมือสำหรับการกินหนึ่งที่ บางครั้งคุณอาจจะต้องลองผิดลองถูกในการกะปริมาณครั้งแรกดูบ้าง

การเตรียมเส้น

             ซอสแดง เช่นซอสเนื้อ ซอสหมู จะเหมาะแก่เส้นพวกเส้นยาวๆ โดยเฉพาะสปาเก็ตตี้ ส่วนซอสขาวจริงๆก็กินได้ทุกเส้น แต่ส่วนใหญ่จะนิยมกินกับเส้นเป็นชิ้นๆ อย่างเพนเน่ หรือฟูซิลี่ ส่วนเส้นแบนที่ไม่ใหญ่มากอย่างลิงกวินี ก็นิยม

             เมื่อเส้นได้ที่แล้ว เอามากรองในกระชอน และคลุกด้วยน้ำมันมะกอก หรือเนย เพื่อไม่ให้เส้นติดกัน แล้จึงตักใส่จาน ราดซอสรับประทาน หรืออาจจะเอาไปกินกับอาหารอื่นแทนข้าวก็ได้ตามสะดวกชอบใจ

การเตรียมเส้น

             สำหรับคุณผู้ที่มีภาระต้องเรียนหนังสือหรือขี้เกียจทำอาหารบ่อยๆ แนะนำให้ทำซอสไว้เยอะๆ แช่ช่องฟรีสทิ้งไว้ เมื่อต้องการจะกิน ก็เพียงต้มเส้น อุ่นซอสด้วยไมโครเวฟ หรือด้วยไฟบนเตาที่เพิ่งต้มเส้นไปก็ได้ อุ่นต่อในเวลาไม่นาน อาหารมื้อง่ายได้พลังงานและรสชาติก็พร้อมเติมพลังให้คุณแล้ว

             แต่อย่าบ่นว่า "อาหารแช่แข็งไม่อร่อย" ก็แล้วกัน... ก็ทำเองกะมือ แช่กะมือนี่นา....


บุญชิต ฟักมี
26 สิงหาคม 2549

[หน้าแรก] ||| [สารบัญ]

 

สงวนลิขสิทธิ งานภาพและวรรณกรรมในเวบนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ พ.ศ. 2537
ติดต่อขอใช้งานในเวบนี้เพื่ออ้างอิง หรือเพื่อธุรกิจ โปรดติดต่อ zamud_k@yahoo.fr